บาคาร่า — เกมที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด
บาคาร่าเป็นเกมไพ่ที่ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องตัดสินใจซับซ้อนใดๆ หลังวางเดิมพัน ทุกอย่างเป็นไปตามกติกาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ฝั่ง Player และ Banker จะได้ไพ่คนละสองหรือสามใบ และนับแต้มโดยใช้หลักเลขตัวสุดท้าย ฝ่ายที่ใกล้ 9 มากกว่าชนะ
การเดิมพัน Banker มีโอกาสชนะสูงกว่าเล็กน้อยในทางสถิติ แต่มักมีค่าคอมมิชชันประมาณ 5% เมื่อชนะ ส่วนการเดิมพัน Player ไม่มีค่าคอมมิชชัน สำหรับ Tie โอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่าแต่รางวัลสูงกว่ามาก ควรทำความเข้าใจอัตราจ่ายของแต่ละตัวเลือกก่อนวางเดิมพันทุกครั้ง
แบล็คแจ็ค — เกมที่ทักษะมีผล
แบล็คแจ็คเป็นเกมคาสิโนที่ House Edge สามารถลดลงได้มากที่สุดด้วยการใช้ Basic Strategy อย่างถูกต้อง ผู้เล่นต้องตัดสินใจว่าจะ Hit (รับไพ่เพิ่ม) Stand (หยุด) Double Down หรือ Split ขึ้นอยู่กับไพ่ในมือและไพ่หน้าเปิดของเจ้ามือ
เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้ใกล้ 21 แต่คือการชนะเจ้ามือ บางครั้งการหยุดที่ 16-17 อาจเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องกว่าการรับไพ่เพิ่มเมื่อเจ้ามือมีไพ่หน้าเปิดที่อ่อนแอ การศึกษา Basic Strategy ไม่ได้รับประกันว่าจะชนะทุกรอบ แต่ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีกว่าการเดาสุ่ม
รูเล็ต — ลุ้นง่ายได้หลายแบบ
รูเล็ตแบบ European มีช่อง 0 ถึง 36 รวม 37 ช่อง ส่วนแบบ American มีช่อง 00 เพิ่มมาทำให้ House Edge สูงขึ้น ถ้าเลือกได้ควรเลือก European Roulette เสมอ การเดิมพันแบบ Outside bets เช่น แดง-ดำ คู่-คี่ หรือ 1-18/19-36 มีโอกาสชนะประมาณ 48-49% แต่รางวัลเท่าตัว ในขณะที่ Inside bets แบบ Straight Up เดิมพันตัวเลขเดียวจ่าย 35 เท่า แต่โอกาสชนะน้อยกว่ามาก
รูเล็ตเป็นเกมแห่งโอกาสล้วนๆ ผลของแต่ละรอบเป็นอิสระจากกัน ตัวเลขที่ออกในรอบก่อนไม่มีผลต่อรอบถัดไปแต่อย่างใด การวางเดิมพันตามสี หรือตัวเลขที่ชอบ เป็นเรื่องของความสนุกและความบันเทิงมากกว่ากลยุทธ์
ไฮโลและเสือมังกร — เล่นง่ายสำหรับมือใหม่
ไฮโลและเสือมังกรเป็นเกมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจง่ายและเริ่มได้ทันที ไฮโลใช้ลูกเต๋าสามลูก เดิมพันพื้นฐานคือทายว่าผลรวมจะสูง (11-17) หรือต่ำ (4-10) ซึ่งมีโอกาสชนะใกล้เคียงกันทั้งสองฝั่ง ส่วนเสือมังกรเปรียบเทียบไพ่หนึ่งใบของแต่ละฝั่ง ฝั่งที่ค่าสูงกว่าชนะ ทำให้ตัดสินใจได้รวดเร็วมาก